บรรณาธิการหนังสือ
 
       บุคคลซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบ ในการจัดทำ รวบรวม ตรวจแก้ คัดเลือก หรือควบคุม เนื้อหาและภาพทั้งหมด ที่จะตีพิมพ์เป็นหนังสือ หรือเป็นสิ่งพิมพ์ที่มีกำหนดว่าจะออกเรื่อยไปตามลำดับ โดยใช้ชื่อเดิม เช่น หนังสือพิมพ์ และนิตยสารต่างๆ
 
ลักษณะงานที่ทำ
1. ประชุมเนื้อหาที่จะเกิดขึ้นในเล่มของเดือนนั้นๆ เราจะพูดถึงอะไรที่เป็นธีมของเล่ม แตกไปถึงคอลัมน์ต่างๆที่ต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน  เนื้อหา ภาพประกอบ กราฟฟิก ทุกส่วนของเล่มต้องมีความสอดคล้องและเป็นเรื่องเดียวกัน  จากนั้นก็หาข้อสรุปจากที่ประชุม
2. หลังจากได้ข้อสรุปแล้วจะมาถึงช่วงปฏิบัติงานจริง ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีช่วงปฏิบัติงานเดือนละ 10 วัน ทุกตำแหน่งหน้าที่ก็จะแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง นักเขียนต้องไปสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยงข้องกับเล่ม หรือ หาข้อมูลเพื่อนำมาเขียนในคอลัมน์ของตัวเอง  สไตลิสต์ต้องไปยืมเสื้อผ้าจากร้านหรือ คอลเลคชั่นที่ตรงกับเนื้อหาในเล่มของเดือนนั้น ช่างภาพ กราฟฟิก และหน้าที่อื่นๆ ก็จะแยกไปทำงานของตัวเอง 
3. รวบรวมเนื้อหาจากทุกฝ่ายมารวมกันที่บรรณาธิการ และบรรณาธิการก็จะเป็นคนตรวจทานเนื้อหาทั้งหมด มีส่วนไหนที่ผิดพลาดหรือยังไม่ผ่าน เนื้อหาไม่ครบ รูปไม่ได้ ทุกส่วนต้องผ่านตาของบรรณาธิการ และแก้ไขส่วนต่างๆที่ผิดพลาดไป
4. ขั้นตอน Post production หลังจากที่รวบรวมและแก้ไขทุกส่วนแล้วก็เป็นส่วนที่จะต้องนำหนังสือเข้าไปตีพิมพ์ ส่งเข้าโรงพิมพ์เพื่อแยกสีต่างๆ ทางโรงพิมพ์ก็จะตรวจและส่งกลับมาเช็คอีกครั้งว่ามีอะไรผิดบ้างไหม ก่อนที่จะเริ่มเรียงแต่ละหน้าลงไปบนเพจ และเข้าสู่กระบวนการตีพิมพ์ตามขั้นตอนของโรงพิมพ์และเมื่อเสร็จแล้วก็ นำออกไปจัดจำหน่ายต่อไป  ซึ่งจะเป็นระยะเวลาการทำงานประมาณหนึ่งเดือนพอดี และจะทำเหมือนกันในทุกๆเดือน
 
สภาพการจ้างงาน
       ผลตอบแทนของอาชีพบรรณาธิการบริหารนั้นจะแล้วแต่รูปแบบของนิตยสาร ขนาดของธุรกิจและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบซึ่งก็จะแตกต่างกัน  
 
สภาพการทำงาน
       รูปแบบภายนอกก็จะเหมือนกับออฟฟิศทั่วไป มีโต๊ะทำงานที่แบ่งเป็นโซนตามฝ่ายต่างๆ แล้วแต่ว่าจะจัดหรือตกแต่งออฟฟิศออกมาให้เป็นรูปแบบไหน สีสันอาจจะจัดจ้านแฟชั่นได้เต็มที่สุดๆตามแบบฉบับของเจ้าของ แต่ต้องเป็นสถานที่ที่ทำให้สามารถคิดงานและสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ แต่ส่วนมากจะจัดตกแต่งแบบไม่เรียบร้อยหรือเป็นระเบียบนักเพราะในการคิดงานหรือทำงานในเชิงศิลปะอาจต้องการวิธีการสร้างแรงบันดาลใจด้วยวิธีการต่างๆกัน การจัดตกแต่งโต๊ะของแต่ละคนก็จะแล้วแต่สไตล์ของตัวเอง มีความอิสระในการใช้ชีวิตในที่ทำงานมากกว่างานที่ออฟฟิศทั่วๆไป
 
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
ต้องสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ สามารถสื่อสารงานกับคนอื่นๆได้ดี เพราะต้องทำงานร่วมกับทุกหน้าที่ในการทำนิตยสาร ต้องมีวิธีการพูดและการบริหารคนในการทำงาน เพราะแต่ละคนมีบุคลิกและพื้นฐานครอบครัวที่แตกต่างกัน วิธีการทำงานแตกต่างกัน แต่จะทำอย่างไรให้งานของทุกคนออกมาในทิศทางเดียวกัน และเป็นไปในรูปแบบของนิตยสารของเรา 
มีความคิดสร้างสรรค์และไอเดียใหม่ๆอยู่เสมอ เราต้องทำผลงานออกมาทุกเดือน ในแต่ละเดือนจึงควรจะมีความน่าสนใจและความสร้างสรรค์ มีความแปลกใหม่ไม่ซ้ำใครและน่าติดตาม 
มีความอดทน เพราะทั้งงานและคนมีเรื่องที่ต้องแก้ไขปัญหาตลอดเวลา อาจจะต้องปรับทัศนะคติในหลายๆเรื่องเพื่อให้ทั้งคนและงานสามารถทำงานควบคู่กันได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ และมีความถนัดในหลายๆด้าน เพราะเป็นการทำงานที่ต้องมีทั้งความสามารถด้านศิลปะและด้านการบริหารควบคู่กันไป บางคนอาจจะถนัดด้านใดด้านหนึ่งจึงต้องมีการเรียนรู้อีกด้านหนึ่งด้วย เพราะที่จะให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากที่สุด 
รักและมีความถนัดในเนื้อหาของนิตยสาร นิตยสารในปัจจุบันมีความหลากหลายมากเพราะฉะนั้นบรรณาธิการในแต่ละเล่มก็ควรที่จะรักในรูปแบบและเนื้อหาของตน   มีไลฟ์สไตล์ที่ใกล้เคียงกัน เพราะจะส่งผลไปถึงงานและวิธีการทำงาน เพราะหากเรารักในรูปแบบเราก็จะมีวิธีการหาข้อมูลหรืออัพเดทเรื่องราวใหม่ๆ ส่งผลถึงไอเดียสร้างสรรค์ต่างๆที่เกิดจากความชอบเละความถนัด และก็ทำให้เรามีความสุขในการทำงานอีกด้วย  
 
การเตรียมความพร้อมสู่อาชีพ
       ผู้ที่ต้องการเป็นบรรณาธิการบริหาร นิตยสารนั้นสามารถเรียนจบได้หลายๆ แต่สิ่งที่สำคัญคือประสบการณ์ที่ต้องมีดังต่อไปนี้ 
       1. มีความรู้พื้นฐานด้านศิลปะ ไม่ว่าจะเป็นด้านการออกแบบ กราฟิก หรือการมองภาพรวมของศิลปะ เพราะต้องเป็นคนควบคุมดูแลงานทุกอย่างทุกขั้นตอนของนิตยสาร และขั้นตอนที่สำคัญนั้นก็คือการจัดวางรูปเล่ม  เพื่อให้มีความสวยงาม ความน่าสนใจและมีความคิดสร้างสรรค์  หากมีพื้นฐานที่ดีก็จะสามารถมองภาพรวมของงาน ปรับปรุงและพัฒนางานให้ดีขึ้นจากมุมมองในด้านศิลปะของเรา ทำให้งานของเราน่าสนใจและมีคุณภาพมากขึ้นอีกด้วย 
       2. มีความรู้พื้นฐานด้านธุรกิจ การทำงานนิตยสารเหมือนเป็นการผลิตสินค้าอย่างหนึ่ง เมื่อมีสินค้าก็ต้องมีตลาดในการจัดจำหน่าย เราจึงต้องมีความสามารถในการวางแผนการตลาด มีความสามารถทางด้านการขาย รู้เรื่องระบบการเงินและการจัดการ เพื่อที่จะรู้ว่านิตยสารของเราต้องทำอย่างไรที่จะติดตลาด ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย และมีส่วนไหนที่ต้องพัฒนา รวมไปถึงเรื่องของกระแสปัจจุบันที่เราต้องตามให้ทันอีกด้วย 
       3. มีความสามารถในการทำงานกับคนหมู่มาก มีการวางแผนการทำงานเพราะต้องทำงานกับคนในทุกแผนก ต้องมีวิธีการพูดและวิธีการทำงานที่ทำให้สามารถได้งานที่ดีมีคุณภาพและตรงตามวันที่กำหนดไว้ เพราะการทำนิตยสารสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องตรงต่อ เพราะต้องผลิตนิตยสารออกมาในทุกๆเดือน    
   
โอกาสในการมีงานทำ
       ขึ้นอยู่กับความสามารถและประสบการณ์
 
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
       ก่อนที่จะมาเป็นบรรณาธิการบริหารได้นั้น ต้องมีประสบการณ์ในการทำงานหนังสือหรือด้านที่ตรงกับรูปแบบนิตยสารนั้นๆอยู่พอสมควร การได้ขึ้นมาเป็นบรรณาธิการขึ้นอยู่กับความสามารถที่คนอื่นเห็นและเชื่อมั่นว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องการทำหนังสือแต่มันคือการบริหารคนและวางแผนให้มีทิศทางที่ดีในด้านการตลาด ต้องมีความรู้ความสามารถหลายๆอย่าง ซึ่งนิตยสารกว่าจะออกมาแต่ละเล่มและเป็นที่รู้จักได้นั้นต้องใช้เวลา และก็ขึ้นอยู่กับการจัดการของบรรณาธิการด้วย ซึ่งอาจไม่เกี่ยวกับอายุแต่ต้องมีผลงานหรือประสบการณ์ในการทำงานที่มากพอ เมื่อเป็นบรรณาธิการแล้วความก้าวต่อไปคือพัฒนานิตยสารของเราให้ดีขึ้นไปเรื่อยๆ จนติดตลาดและรักษาระดับให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจอยู่เสมอ
 
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยและคณะที่เกี่ยวข้อง
1. มหาวิทยาลัยบูรพา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาสารสนเทศศึกษา วิชาเอกบรรณาธิการศึกษา
2. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะนิเทศศาสตร์
3. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาสื่อสารมวลชน
4. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะการสื่อสารมวลชน
5. มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร หลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน
6. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาไทย วิชาเอกภาษาไทยเพื่อการสื่อสารมวลชน
7. มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ (วารสารและสื่อออนไลน์)
8. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน
9. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาวารสารสนเทศ
10. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์
11. มหาวิทยาลัยเกริก คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาการสื่อสารมวลชน
12. มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์และสื่อใหม่
13. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์
14. มหาวิทยาลัยรังสิต คณะนิเทศศาสตร์ สาขาวิชาวารสารศาสตร์
 
ที่มา: กองส่งเสริมการมีงานทำ