นักเศรษฐศาสตร์
 
       ผู้ทำการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และนำหลักเศรษฐศาสตร์มาใช้ในงานที่เกี่ยวกับที่มาของรายได้ รายจ่าย การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ การผลิต การบริโภคสินค้าและบริการ รวมถึงการพัฒนาทฤษฎีต่างๆ โดยใช้ข้อมูลที่ได้จากการศึกษา วิเคราะห์ วิจัยเป็นหลัก วางแผนงานเพื่อ ส่งเสริม พัฒนา และแก้ปัญหาเศรษฐกิจ การวางแผนงานด้านการเงิน การคลัง ภาษีอากร เกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้า และแรงงาน
 
ลักษณะของงานที่ทำ
1. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย จัดทำรายงาน และวางแผนงาน เพื่อส่งเสริม พัฒนา และแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ เกี่ยวกับการผลิต การจำหน่ายสินค้าและบริการ การลงทุน แรงงาน 
2. ศึกษากรรมวิธีทั้งหมดที่เกี่ยวกับการดำรงชีพของมนุษย์และจัดหาสิ่งต่างๆ มาบำบัดความต้องการของมนุษย์ ซึ่งได้แก่ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่อยู่อาศัย บริการ หรือการบันเทิง ตลอดจนการศึกษาสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ หรือสิ่งที่ช่วยให้การพัฒนาเศรษฐกิจบรรลุผลสำเร็จ 
3. ค้นหา วิธีเก็บรวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติและข้อมูลทางเศรษฐกิจ รวบรวม และตีความข้อมูลดังกล่าว 
4. จัดทำรายงาน และวางแผนงานตามผลการศึกษางานทางเศรษฐกิจ และตามข้อมูลที่ได้ตีความและวิเคราะห์แล้ว 
5. ให้คำปรึกษาแนะนำแก่หน่วยงานประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมของเอกชนหรือหน่วยงานรัฐบาลในเรื่องต่างๆ เช่น ประสิทธิภาพของการทำงานการตลาดและปัญหาเกี่ยวกับการเงิน เป็นต้น 
6. อาจเชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจสาขาใดสาขาหนึ่ง เช่น เศรษฐกิจการเกษตร เศรษฐกิจการคลัง หรือเศรษฐกิจอุตสาหกรรม การค้าระหว่างประเทศ การแรงงาน หรือราคา หรือเชี่ยวชาญในเรื่องการเก็บภาษีอากร หรือ การวิจัยตลาด และอาจมีชื่อเรียกตามความเชี่ยวชาญ 
7. ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย วางแผน เก็บรวบรวมข้อมูล ให้คำปรึกษาแนะนำแก่หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับที่มาของรายได้ รายจ่าย การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ การผลิต การบริโภคสินค้าและบริการ เพื่อการส่งเสริม พัฒนาและแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
 
สภาพการจ้างงาน
       ผู้ที่ทำงานในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ จะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ส่วนในภาคเอกชนจะได้รับเงินเดือนตามวุฒิการศึกษาและประสบการณ์ในการทำงาน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของบริษัทหรือองค์กรที่จ้างงาน ซึ่งไม่มีข้อกำหนดที่แน่นอนตายตัว 
       นอกจากค่าตอบแทนเป็นเงินเดือนแล้วในภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนอาจได้รับผลประโยชน์พิเศษอย่างอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือสวัสดิการในรูปต่างๆ เงินโบนัส ค่าล่วงเวลา เป็นต้น 
       มีชั่วโมงทำงานโดยปกติวันละ 8 ชั่วโมง หรือสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมงและอาจต้องทำงานล่วงเวลา หรือวันเสาร์ วันอาทิตย์ หรือวันหยุด เมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วนต้องทำงานให้เสร็จตามกำหนดเวลา
 
สภาพการทำงาน
       นักเศรษฐศาสตร์ทำงานในสำนักงานที่มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สำนักงานทั่วไปในการทำงานอาจจะต้องใช้เครื่องคำนวณ และหรือเครื่องคอมพิวเตอร์และระบบอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ช่วยงานศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์เชิงเศรษฐศาสตร์ในการวางแผนในเชิงธุรกิจของหน่วยงาน
 
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ 
สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีคณะเศรษฐศาสตร์หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง 
มีความรู้และเข้าใจภาษาอังกฤษได้ดี และสามารถใช้คอมพิวเตอร์ได้ มีความถนัดและสนใจด้านคณิตศาสตร์ และสังคมศาสตร์ 
มีบุคลิกดี มีความสามารถในการเจรจาต่อรองและประนีประนอมได้ดี 
มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีใจกว้าง ยอมรับฟังการติชมจากผู้อื่น 
ซื่อสัตย์สุจริต ซื่อตรงต่อความคิดเห็นของตนเอง เสนอข้อคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์ และเป็นกลาง 
รักความเป็นธรรม ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้อื่น 
 
การเตรียมความพร้อมสู่อาชีพ 
       ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่าตามหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ คณะเศรษฐศาสตร์ หรือสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องในสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย หลักสูตร 4ปี
 
โอกาสในการมีงานทำ
       สามารถประกอบอาชีพเป็นพนักงานในธนาคาร พนักงานในองค์การระหว่างประเทศ เจ้าของธุรกิจส่วนตัวนักวิจัย นักวิชาการด้านธุรกิจการค้าและเศรษฐกิจ สถาบันการเงินทั่วไป อาจารย์ในสถาบันอุดมศึกษา ในตลาดแรงงานยังมีความต้องการนักเศรษฐศาสตร์อีกมากเพื่อพัฒนาธุรกิจของหน่วยงานและประเทศให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศและสามารถแข่งขันทางการค้าในภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงไปให้ทันต่อเหตุการณ์ เวลา และถูกต้อง เนื่องจากทุกประเทศมีจุดมุ่งหมายให้มีรายได้เข้าประเทศให้มากที่สุด เพื่อให้ประชากรมีการกินดีอยู่ดี และสร้างประเทศให้มั่งคั่ง การแข่งขันทางการค้าและมาตรการกีดกันทางการค้าจึงมีความเข้มข้นและรุนแรงมากขึ้นโดยลำดับ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์สามารถเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหน้าที่ และหน่วยงานที่ตนปฏิบัติได้เสมอ อาจจะเป็นนักวิเคราะห์ระบบ นักวิจัยและนักวางแผนทางเศรษฐกิจ เป็นต้น
 
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
       สามารถประกอบอาชีพได้หลายประเภทในสถานที่ต่างๆ ได้หลายแห่งทั้งที่เป็นหน่วยงานของราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงิน บริษัท ห้างร้านต่างๆ องค์กรพัฒนาเอกชนและได้รับการเลื่อนตำแหน่งจนถึงตำแหน่งหัวหน้างาน หัวหน้าฝ่าย ผู้จัดการฝ่าย ผู้อำนวยการ ผู้จัดการใหญ่ในภาคเอกชน ส่วนในภาครัฐ ถ้ามีการศึกษาในระดับที่สูงกว่าระดับ ปริญญาตรี มีประสบการณ์ และมีความสามารถในการบริหารงานจะสามารถเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่งจนถึงระดับบริหารสูงสุดในหน่วยงานนั้น โดยทั่วไปผู้ที่มีโอกาสได้รับการศึกษาต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก สาขาเศรษฐศาสตร์ หรือวิชาการบริหารธุรกิจ ก็สามารถเลื่อนวิทยฐานะหรือตำแหน่งงานที่สูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หรืออาจเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนสาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
 
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยและคณะที่เกี่ยวข้อง
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะเศรษฐศาสตร์
2. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์ 
3. มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
4. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะเศรษฐศาสตร์
5. มหาวิทยาลัยทักษิณ คณะเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
6. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะเศรษฐศาสตร์
7. มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต
8. มหาวิทยาลัยบูรพา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
9. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะการบัญชีและการจัดการ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
10. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
11. มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง สำนักวิชาการจัดการ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
12. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำนักวิชาการจัดการ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
13. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สำนักวิชาเศรษฐศาสตร์และนโยบายสาธารณะ หลักสูตรเศรษฐศาสตรบัณฑิต
14. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
15. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก คณะเทคโนโลยีสังคม สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ 
16. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
17. มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ
18. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
19. มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์
20. มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา คณะวิทยาการจัดการ สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ธุรกิจ 
 
ที่มา: กองส่งเสริมการมีงานทำ