นักรังสีเทคนิค
 
       ผู้ทำหน้าที่ ร่วมกับแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยทางด้านรังสีวิทยาทั่วไป และการป้องกันอันตรายจากรังสีโดยใช้เครื่องฉายเอกซเรย์ถ่ายภาพส่วนต่างๆ ของร่างกายผู้ป่วย
 
ลักษณะของงานที่ทำ
       ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ สาขารังสีเทคนิค หรือฟิสิกส์ ช่วยเหลือแพทย์ให้สามารถตรวจวินิจฉัยโรค ตรวจอวัยวะภายใน ระบบหมุนเวียนของโลหิต สมองและไต ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ นำไปสู่การตรวจสาเหตุของโรคอย่างถูกต้องและตรวจจุดโดยอาศัยเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ โดยแบ่งลักษณะงานด้านบริการตรวจทางรังสีวิทยา เป็น 3 ประการดังนี้ 
       1. การตรวจทางรังสีทั่วไป เป็นงานที่เกี่ยวกับการใช้กรรมวิธีต่างๆ ในการถ่ายและบันทึกภาพ ส่วนต่างๆ ของร่างกายผู้ป่วยด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ รวมทั้งการจัดท่าผู้ป่วย และการควบคุมเครื่องเอ็กซเรย์ในการให้ปริมาณรังสีเอ็กซเรย์ที่พอเหมาะ เพื่อให้ได้ภาพเอ็กซเรย์ที่มีคุณภาพรวมตลอดไปถึงการจัดเตรียมฟิล์มเอ็กซเรย์และน้ำยาล้างฟิล์ม 
       2. การตรวจทางรังสีวิทยาด้วยวิธีพิเศษดังต่อไปนี้ 
- การตรวจอวัยวะภายในด้วยเครื่องเอ็กซเรย์เป็นการตรวจดูอวัยวะภายในช่องท้องด้วยภาพโดยอาศัยรังสีเอ็กซเรย์ 
- การฉีดสารทึบรังสีเพื่อตรวจการทำงานของไต สมอง และระบบหมุนเวียนของโลหิตโดยการฉีดสี เพื่อดูระบบการทำงานของอวัยวะภายใน 
- การตรวจระบบหลอดเลือดด้วยเครื่องเอ็กซเรย์ระบบดิจิตอล ซึ่งใช้เทคโนโลยีของเครื่องคอมพิวเตอร์แปรสัญญาณมาเป็นภาพเอ็กซเรย์ 
- การตรวจอวัยวะด้วยเครื่องเสียง ความถี่สูง หรืออุลตราซาวนด์ เพื่อดูอวัยวะภายในด้วยคลื่นเสียงแทนการใช้รังสีเอ็กซเรย์ ซึ่งจะไม่เป็นอันตรายสำหรับสตรีมีครรภ์ หรือผู้ป่วย ที่แพ้รังสีเอ็กซเรย์ 
- การตรวจเอ็กซเรย์เต้านม 
       3. งานป้องกันอันตรายจากรังสี เป็นงานที่เกี่ยวกับการป้องกันและให้คำปรึกษาแนะนำแก่บุคลากรทางการแพทย์ ผู้ป่วยรวมทั้งประเภทเอ็กซเรย์ เพื่อให้มีความปลอดภัยจากรังสีมากที่สุดตลอดจนควบคุมดูแลการจัดซื้อและจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากรังสีให้เหมาะสมกับการใช้งาน และตรวจสอบวัดปริมาณรังสีของบุคลากรทางรังสี เช่น ระบบป้องกัน สถานที่ จะต้องได้รับการตรวจสอบรังสีจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
 
สภาพการจ้างงาน
       สำหรับผู้ปฏิบัติงานรับราชการได้รับเงินเดือนและอาจได้รับเงินค่าล่วงเวลาหรือเบี้ยเวรสำหรับการปฏิบัติงานล่วงเวลาวันละ1 ผลัดๆ ละ 8 ชั่วโมง และสามารถใช้เวลานอกราชการ วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ทำงานในโรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกต่างๆ ได้ เพื่อหารายได้เสริม ส่วนผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการเอกชน ถ้าเป็นโรงพยาบาลปัจจุบันจะไม่ค่อยมีค่าล่วงเวลา เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยและการจัดระบบบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
 
สภาพการทำงาน
       ทำงานประสานร่วมกับ รังสีแพทย์ ซึ่งมีหน้าที่ตรวจ Special- X-Ray และอ่านผลวินิจฉัยการตรวจ ผู้ช่วย X-Ray เจ้าหน้าที่ธุรการ ซึ่งจะต้องจัดหาอุปกรณ์ป้องกันให้กับตนเองและผู้ปฏิบัติงานร่วม เช่น เสื้อตะกั่ว ( Lead Apron ) ถุงมือตะกั่ว และเครื่องป้องกันรังสีส่วนบุคคล
 
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
สำเร็จการศึกษาอย่างน้อยอนุปริญญา สาขารังสีเทคนิค จนถึงปริญญาตรี คณะวิทยาศาสตร์ สาขารังสีการแพทย์ 
มีสุขภาพแข็งแรง 
มีความรู้ความเชี่ยวชาญในงานที่รับผิดชอบ 
มีความรู้ภาษาอังกฤษ 
 
การเตรียมความพร้อมสู่อาชีพ
       เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าแล้ว สามารถเลือกศึกษาในระดับอนุปริญญา หลักสูตร 2 - 3 ปี จากโรงเรียนรังสีเทคนิค คณะแพทย์ศาสตร์ ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล 
       การศึกษาระดับปริญญาตรีสามารถเข้ารับการศึกษาต่อได้ที่ศิริราชพยาบาล คณะแพทย์ศาสตร์ สาขารังสีการแพทย์ หรือมหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะวิทยาศาสตร์ สาขารังสีการแพทย์ คณะเทคนิคการแพทย์สาขาวิชารังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชารังสีเทคนิค โครงการจัดตั้งคณะสหเวชศาสตร์ สาขารังสีเทคนิค มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีสามารถ ทำหน้าที่ตรวจ SpecIal X-Ray และอ่านผลวินิจฉัยการตรวจได้
 
โอกาสในการมีงานทำ
       ในวงการแพทย์ปัจจุบันยังมีความต้องการนักรังสีเทคนิค เนื่องจากเป็นอาชีพที่ต้องใช้ความรู้ ความชำนาญเฉพาะด้านทางวิทยาศาสตร์เป็นงานทางด้านเทคนิค 
 
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
       สำหรับความก้าวหน้าในอาชีพนี้ ในส่วนงานของโรงพยาบาลหรือหน่วยงานในภาครัฐ จะมีโอกาสเจริญเติบโตก้าวหน้าไปตามลำดับ นักรังสีเทคนิค ระดับ 1 - 3 จนถึงหัวหน้างานรังสีวิทยา ซึ่งก็เป็นไปตามระบบการทำงานของแต่ละหน่วยงาน เมื่อเลื่อนตำแหน่งจะได้รับเงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพ สำหรับภาคเอกชนจะได้รับตำแหน่งความก้าวหน้าตามสายงานบริหารขององค์กรที่วางไว้ และถ้าทำหน้าที่พนักงานขายเครื่องมือแพทย์จะได้รับเงินเดือนประจำขั้นต้นและรับค่านายหน้าการขายตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ตามเงื่อนไขและความสามารถในการขายส่วนมากจะรับผู้มีรถยนต์เป็นของตนเอง
 
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยและคณะที่เกี่ยวข้อง
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
2. มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชารังสีเทคนิค
4. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
5. มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชารังสีเทคนิค
6. มหาวิทยาลัยบูรพา คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
7. มหาวิทยาลัยพะเยา คณะสหเวชศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
8. มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชารังสีเทคนิค
9. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำนักวิชาสหเวชศาสตร์และสาธารณสุขศาสตร์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
10. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชาการเทคนิคการแพทย์
11. มหาวิทยาลัยรังสิต คณะเทคนิคการแพทย์ 
12. มหาวิทยาลัยเวสเทิร์น คณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
13 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ คณะเทคนิคการแพทย์ 
14. วิทยาลัยนครราชสีมา คณะเทคนิคการแพทย์ สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์
 
ที่มา: กองส่งเสริมการมีงานทำ