เภสัชกร
 
       ผู้ปรุงยา จ่ายยา และสิ่งที่เกี่ยวข้องตามใบสั่งหรือตามสูตร และอาจทำการผลิต ควบคุมคุณภาพ หรือวิจัยและพัฒนายาหรือสิ่งที่เกี่ยวข้อง
 
ลักษณะของงานที่ทำ
1. ค้นคว้า และพัฒนาสูตรยาตำรับใหม่ๆ เพื่อขึ้นทะเบียนและส่งสูตรที่สำเร็จแล้วให้ฝ่ายผลิตเพื่อทำการผลิตยาออกจำหน่าย 
2. ควบคุมการผลิตยาให้เป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ 
3. วิเคราะห์ ตรวจสอบยาที่ผลิตให้ได้คุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ 
4. ปรุงยา จ่ายยาและสิ่งที่เกี่ยวข้องตามใบสั่งหรือตามสูตร เตรียมการผลิตยา เช่นยาน้ำ ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาเม็ดกลม ยาเม็ดแบน แคปซูล และยาฉีดตามใบสั่งของแพทย์หรือตามสูตรที่ได้รับการรับรองแล้ว 
5. ชี้แจงแก่แพทย์ พยาบาลและผู้ปฏิบัติงานในแขนงอื่นๆ ทางการแพทย์เกี่ยวกับยา เคมีภัณฑ์และการใช้สิ่งนั้นๆ 
6. ควบคุมและจ่ายยาเสพติดให้โทษ ยาพิษ และสารพิษที่ต้องการใช้เพื่อการแพทย์ กิจการในบ้าน อุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม และจ่ายสิ่งนั้นๆ ตามกฎข้อบังคับ 
7. ทำหน้าที่วิเคราะห์และทดสอบตามปกติ เพื่อให้ทราบชนิดความบริสุทธิ์และความแรงของยา 
8. จัดระเบียบและควบคุมรักษายาในคลังทำบัญชีประจำคลังโดยแบ่งเป็นหมวดหมู่ เช่น ยาเสพติดให้โทษ ยาอันตราย ยาสามัญ เคมีภัณฑ์และเครื่องใช้ในการแพทย์ 
9. อาจจัดซื้อเวชภัณฑ์ และเคมีภัณฑ์และสะสมเครื่องใช้ในการแพทย์ไว้จ่ายแก่คนไข้ และห้องรักษาโรค 
10. อาจผลิต จำหน่าย และชี้แจงเกี่ยวกับการใช้ผลิตภัณฑ์ เช่น สุขภัณฑ์ เครื่องสำอาง เคมีภัณฑ์สำหรับเกษตรกรรมและพืชสวน และยาสำหรับสัตว์ 
11. ศึกษาวิธีการปฏิบัติงานที่รับผิดชอบ รวมทั้งวิธีการใช้เครื่องมือต่างๆ เช่นเครื่องจักรที่ใช้ผลิตยา เครื่องมือในการวิเคราะห์ รวมทั้งการเตรียมความพร้อมของเครื่องมือ
 
สภาพการจ้างงาน
       ผู้ปฏิบัติงานอาชีพนี้ได้รับค่าตอบแทนการทำงานเป็นเงินเดือนตามวุฒิการศึกษา ทำงานสัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง แต่อาจจะต้องทำงานวันเสาร์ วันอาทิตย์ และวันหยุด หรือทำงานล่วงเวลา ในกรณีที่ต้องการให้งานที่ได้รับมอบหมายเสร็จให้ทันต่อการใช้งาน 
นอกจากผลตอบแทนในรูปเงินเดือนแล้ว ในภาครัฐวิสาหกิจและภาคเอกชนอาจได้รับผลตอบแทน ในรูปอื่น เช่น ค่ารักษาพยาบาล เงินสะสม เงินช่วยเหลือ สวัสดิการในรูปต่างๆ เงินโบนัส เป็นต้น
 
สภาพการทำงาน
       ผู้ประกอบอาชีพเภสัชกรอาจต้องทำงานในห้องทดลอง เพื่อปฏิบัติงานด้านปรุงยา จ่ายยาและสิ่งที่เกี่ยวข้องตามใบสั่งหรือสูตรเตรียมหรือควบคุมการผลิตยา (ยาน้ำ ยาขี้ผึ้ง ยาผง ยาเม็ดกลม ยาเม็ดแบน แคปซูลและยาฉีด) ตามใบสั่งของแพทย์ หรือตามสูตรที่รับรองกันแล้ว ทำการทดสอบยา ต้องอยู่กับสารเคมีที่ต้องใช้ในการทดสอบ ซึ่งสารเคมีในห้องปฏิบัติการทดลองอาจจะทำปฏิกิริยาที่ทำให้เป็นอันตรายได้ ดังนั้นจึงต้องรู้จักวิธีใช้และวิธีป้องกันรวมทั้งปฏิบัติงานตามขั้นตอนตามระเบียบที่กำหนดไว้ ต้องทำงานในบริเวณที่กำหนด และเป็นบริเวณห้ามสูบบุหรี่หรือรับประทานอาหารต้องใช้อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือหน้ากาก เป็นต้น อาจจะทำงานในห้องจ่ายยา หรือร้านขายยา หน้าที่ควบคุมการจัดยาให้ถูกต้องตามแพทย์สั่ง จัดระเบียบควบคุมรักษายาในคลังและแนะนำคนไข้ในการใช้ยา
 
คุณสมบัติของผู้ประกอบอาชีพ
– สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาวิชาเภสัชศาสตร์ 
– มีสุขภาพกายและจิตใจดี ไม่พิการ ไม่ตาบอดสี มีมนุษยสัมพันธ์ มีความสามารถเป็นผู้นำได้เนื่องจากอาจจะทำงานควบคุมผู้อื่นโดยเฉพาะในงานการผลิต มีบุคลิกภาพดี 
– รักในเภสัชกร มีความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนรวมสูง 
– ต้องมีความสนใจในวิชาวิทยาศาสตร์ เคมีชีววิทยา และสามารถสอบได้คะแนนดีในวิชาเหล่านี้ 
– ชอบการค้นคว้าทดลอง การใช้ปัญญาในการวิเคราะห์ 
– มีความละเอียดรอบคอบ ช่างสังเกต 
– ซื่อสัตย์ต่ออาชีพ 
– ชอบการท่องจำ เพราะจำเป็นต้องจำชนิดของยา ส่วนประกอบของยา ชื่อและประโยชน์ของต้นไม้ที่มีฤทธิ์ทางยารวมทั้งชื่อยาและชื่อสารเคมี ที่ใช้ในการรักษาโรค 
 
การเตรียมความพร้อมสู่อาชีพ
       สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า สมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาระดับอุดมศึกษา คณะเภสัชกรรม สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ (หลักสูตร 5 ปี) จากสถาบันอุดมศึกษาของภาครัฐหรือภาคเอกชน เช่น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น
 
โอกาสในการมีงานทำ
       ปัจจุบันความต้องการยาสำหรับรักษาโรคทางการแพทย์แผนปัจจุบัน และแผนโบราณเพิ่มมากขึ้นตามอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรและชนิดของเชื้อโรคที่พัฒนาตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป การพัฒนาคุณภาพของยา ตลอดจนการควบคุมขั้นตอนการผลิตยารักษาโรค ให้มีประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาต้องดำเนินการอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้มียาที่สามารถใช้ในการรักษาบำบัดโรคต่างๆ ที่เพียงพอกับจำนวนประชากร เภสัชกรจึงยังเป็นที่ต้องการทั้งทางภาครัฐและภาคเอกชนเป็นอย่างมาก ดังนั้นแนวโน้มของโอกาสในการมีงานทำของเภสัชกรยังคงมีอยู่ ดังนั้นผู้สำเร็จการศึกษาทางด้านนี้สามารถหางานทำได้ง่ายและหากไม่เลือกงานก็จะไม่มีการตกงานเลยสำหรับเภสัชกร 
       อาชีพเภสัชกรสามารถทำงานในหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ เช่น โรงพยาบาล องค์การเภสัชกรรม ส่วนในหน่วยงานเอกชน ได้แก่ บริษัทผลิตยา บริษัทนำเข้ายา บริษัทผลิตเครื่องสำอางหรืออาจประกอบธุรกิจส่วนตัว โดยการเปิดร้านขายยา
 
โอกาสความก้าวหน้าในอาชีพ
       ผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการในโรงพยาบาลทั่วไป องค์การเภสัชกรรม ได้รับตำแหน่งและเลื่อนขั้นยศตามขั้นตอนของระบบราชการ การศึกษาต่อเพิ่มเติมจะช่วยให้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งได้รวดเร็วและสามารถเป็นถึงผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานได้ ส่วนในภาคเอกชนนั้นขึ้นอยู่กับโครงสร้างการบริหารงานขององค์กร ซึ่งสามารถเป็นผู้จัดการโรงงานผู้จัดการด้านคุณภาพหรือผู้จัดการฝ่ายขาย 
       เภสัชกรสามารถประกอบธุรกิจส่วนตัว คือ เป็นเจ้าของร้านขายยา สำหรับผู้ที่สามารถผลิตยาหรือผลิตภัณฑ์อื่น ที่สามารถบำบัดรักษาอาการเจ็บป่วยหรือบำรุงรักษาสุขภาพได้โดยผ่านการทดสอบและได้รับอนุญาตจากองค์การเภสัชกรรม สามารถจดลิขสิทธิ์การเป็นเจ้าของสูตรในการปรุงยา หรือผลิตภัณฑ์นั้น และผลิตเป็นสินค้าออกจำหน่ายในลักษณะอุตสาหกรรมได้เช่นกัน
 
ตัวอย่างมหาวิทยาลัยและคณะที่เกี่ยวข้อง
1. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะเภสัชศาสตร์ 
2. มหาวิทยาลัยขอนแก่น คณะเภสัชศาสตร์
3. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะเภสัชศาสตร์ 
4. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์
5. มหาวิทยาลัยนเรศวร คณะเภสัชศาสตร์ 
6. มหาวิทยาลัยพะเยา คณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาบริบาลเภสัชกรรม
7. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม คณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาบริบาลเภสัชกรรม
8. มหาวิทยาลัยมหิดล คณะเภสัชศาสตร์
9. มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์
10. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะเภสัชศาสตร์ วิชาเอกการบริบาลทางเภสัชกรรม
11. มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะเภสัชศาสตร์ วิชาเอกวิทยาศาสตร์เภสัชกรรม
12. มหาวิทยาลัยศิลปากร คณะเภสัชศาสตร์
13. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม
14. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์
15. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี คณะเภสัชศาสตร์
16. มหาวิทยาลัยพายัพ คณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ 
17. มหาวิทยาลัยรังสิต คณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาเภสัชศาสตร์ 
18. มหาวิทยาลัยสยาม คณะเภสัชศาสตร์ สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม
19. มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ คณะเภสัชศาสตร์ 
20. มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย คณะเภสัชศาสตร์
 
ที่มา: กองส่งเสริมการมีงานทำ