สมาชิกเดิมเข้าสู่ระบบ โปรดกรอกข้อมูล..

DISC model

DISC <span>model</span>

DISC เป็นโมเดลที่สะท้อนลักษณะพฤติกรรมของมนุษย์ ที่จำแนกเป็น 4 รูปแบบหลักๆ ที่เรียกย่อๆว่า D, I, S และ C ( D มาจากคำเต็มว่า Dominance, I มาจากคำเต็มว่า Influence, S มาจากคำเต็มว่า Steadiness และ C มาจากคำเต็มว่า Conscientious )

ทุกคนก็จะมีลักษณะที่เป็นส่วนผสมของทั้ง 4 รูปแบบ แต่จะมีในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน โดยปกติแล้วจะมีรูปแบบที่เด่นออกมา ไม่หนึ่งก็สองลักษณะหลักๆ เราแต่ละคนก็จะมีลักษณะสไตล์ที่แตกต่างกันไป ทั้งนี้การแบ่งเป็น 4 รูปแบบ ไม่ได้เป็นการบอกว่าแบบใดดีกว่าหรือแย่กว่า ไม่ได้มีรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่ดียอดเยี่ยมที่สุด ในความเป็นจริง แต่ละรูปแบบล้วนมีข้อดีจุดเด่นมากมาย ขณะเดียวกันแต่ละรูปแบบก็อาจจะมีบางลักษณะบางพฤติกรรมที่แสดงออกมาแล้วก่อให้เกิดผลกระทบเชิงลบ ซึ่งก็คือข้อเสียนั่นเอง ความรู้ความเข้าใจในเรื่อง DISC สามารถนำมาช่วยให้เราเข้าใจตัวเราเองเพิ่มมากขึ้น รู้ถึงพฤติกรรมที่เป็นข้อดีข้อเสียของตัวเรา รู้ถึงสิ่งที่เพิ่มหรือลดทอนแรงจูงใจของเรา ผู้ร่วมงานหรือสภาพแวดล้อมแบบไหนที่ทำให้เราเกิดความเครียด รวมไปถึงรูปแบบในการแก้ปัญหา การตัดสินใจกับความท้าทายต่างๆที่ต้องเผชิญ

DISC สามารถเรียกได้ว่าเป็นโมเดลของ “ภาษาพฤติกรรม” ที่เป็นสากล ที่ใช้ได้ทั่วไป ช่วยให้เราเข้าใจผู้คนรอบข้างที่ล้วนแล้วแต่มีความแตกต่างกัน รู้เข้าใจถึงพฤติกรรม การกระทำ การแสดงออกของเขาเหล่านั้น ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถปรับรูปแบบวิธีการของตัวเรา เพื่อให้อยู่ร่วมและทำงานร่วมกับความหลากหลายแตกต่างได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากยิ่งขึ้น

 เราสามารถใช้ความรู้เรื่อง DISC ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมในองค์กร ได้หลากหลาย อาทิเช่น

- เพิ่มศักยภาพ พัฒนาประสิทธิภาพของบุคลากร รู้จุดแข็งก็ดึงออกมาใช้ให้มากขึ้น รู้จุดอ่อนก็จะได้ระมัดระวังหลีกเลี่ยงได้ถูกต้อง รวมไปถึงการนำไปแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น

- ลดปัญหาความขัดแย้ง สร้างบรรยากาศการทำงานเป็นทีม เมื่อสมาชิกภายในทีมมีความตระหนักในผลกระทบของความแตกต่าง ก็จะทำให้ไม่คาดหวังและตัดสินผู้อื่นจากมุมมองของตนเองเพียงอย่างเดียว

- เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงาน เป็นเครื่องมือที่สำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยให้ผู้ที่เป็นหัวหน้าสามารถบริหารลูกน้องที่มีความหลากหลายแตกต่างได้อย่างมืออาชีพ ช่วยให้การประสานงานข้ามสายงานเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น

- เพิ่มประสิทธิผลในการขายและการให้บริการ เมื่อเรารู้เข้าใจลักษณะของลูกค้า เราก็จะทราบถึงสิ่งที่เขาชอบหรือไม่ชอบ สิ่งที่ลูกค้าแต่ละรูปแบบให้ความสำคัญ เพื่อปรับรูปแบบวิธีการได้อย่างเหมาะสม ทำให้เราสามารถขายหรือให้บริการได้อย่างตรงใจลูกค้ามากยิ่งขึ้น

ประวัติที่มา

ประวัติของ DISC เริ่มต้นจาก ดร.วิลเลียม มาร์สตัน (William Marston : 1893-1947 เกิดที่ Massachusetts สหรัฐอเมริกา) ผู้ซึ่งจบการศึกษาระดับปริญญาเอกที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สาขาจิตวิทยา ทางด้านสรีรวิทยา ดร.มาร์สตัน เป็นทั้งนักจิตวิทยา, นักประดิษฐ์, นักทฤษฎีเกี่ยวกับความเสมอภาคของสตรี และยังเป็นนักเขียนการ์ตูนอีกด้วย เขาสนใจศึกษาเรื่องเกี่ยวกับอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของมนุษย์ ประดิษฐ์เครื่องวัดการเต้นของหัวใจและความดันโลหิต และได้ปรับปรุงพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ จนเป็นต้นแบบของ "เครื่องจับเท็จ" ในปัจจุบัน เป็นผู้สร้างตัวการ์ตูน Wonder Woman ซึ่งเป็น Super Hero หญิง ตัวแรกในวงการการ์ตูนที่เกิดจากแรงบันดาลใจในเรื่องความแตกต่างของพฤติกรรมและคุณลักษณะในแต่ละบุคคล และที่สำคัญก็คือเป็นเจ้าของทฤษฎี DISC ผลงานของ ดร.มาร์สตัน ได้ตีพิมพ์ในหนังสือที่ ชื่อว่า “Emotion of Normal People” ซึ่งได้พูดถึงกระบวนการการทำงานของอารมณ์ความรู้สึกในคนปกติ ที่นำไปสู่ลักษณะพฤติกรรมที่มีความหลากหลายแตกต่างกันไปของมนุษย์ รวมไปถึงกลไกการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมเมื่อเวลาเปลี่ยนไป ผลงานของ ดร.มาร์สตัน จะอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่สามารถสังเกตเห็นได้ และสามารถวัดผลให้เป็นรูปธรรมได้ เขาจะเน้นวิธีการอธิบายในเชิงปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเข้าใจได้ง่ายขึ้น

ทฤษฎีของ ดร.มาร์สตัน ได้แบ่งรูปแบบการแสดงออกทางพฤติกรรมที่สะท้อนจากอารมณ์ภายในของบุคคลปกติทั่วๆไป เป็น 4 รูปแบบหลักๆ โดยมีที่มาจากการรับรู้ (Perception) เชิงเปรียบเทียบระหว่างตนเอง (Self) กับสภาพแวดล้อมภายนอก (Environment) รูปแบบหลักๆทั้ง 4 ถูกให้ชื่อโดย ดร.มาร์สตัน ว่า Dominance, Inducement, Submission, and Compliance (ผู้ที่นำแนวคิดทฤษฎีนี้ไปพัฒนาต่อ ได้มีการปรับชื่อเรียกที่อาจจะแตกต่างกันออกไป)

จากทฤษฎีสู่แบบทดสอบเพื่อนำไปใช้งาน

วอลเตอร์ คล๊าร์ค (Walter Clarke : 1905-1978 เกิดที่ New York สหรัฐอเมริกา) นักจิตวิทยาอุตสาหกรรมเป็นคนแรกที่สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินบุคลิกลักษณะบุคคล (Personality Profile Test) โดยใช้ทฤษฎี DISC ของ ดร. มาร์สตัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการคัดเลือกบุคลากรเข้าสู่องค์กร 4 รูปแบบพฤติกรรมที่ วอลเตอร์ ใช้เรียกในแบบทดสอบของเขาก็คือ Aggressive, Sociable, Stable และ Avoidant

จากแนวคิดทฤษฎีของ ดร. มาร์สตัน และจุดเริ่มต้นตรงนี้ ก็ได้มีอีกหลายๆผู้พัฒนา ได้ทำการวิจัยพัฒนาต่อยอดจนเป็นแบบทดสอบ DISC ที่เป็นที่ยอมรับและใช้กันอย่างกว้างขวางแพร่หลายในปัจจุบัน

รายละเอียดเพิ่มเติม

แนวคิด DISC model ได้จำแนกรูปแบบการแสดงออกของมนุษย์เป็น 4 รูปแบบหลักๆ D, I, S และ C โดยที่แต่ละรูปแบบก็จะมีข้อดีข้อเสีย ความคาดหวังแรงจูงใจที่แตกต่างกันไป...

Dominance

สไตล์ D เป็นคนที่มีลักษณะมุ่งเน้นเป้าหมาย ประสิทธิภาพและความฉับไว มีความมั่นใจ ริเริ่มโครงงานใหม่ๆ ได้ด้วยตนเอง สามารถปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว กล้าที่จะลองใช้แนวทางใหม่ๆ ไม่ยึดติดวิธีการเดิม เป็นนักปฏิบัติจัดการ ดำเนินการ มุ่งผลสำเร็จ สามารถทำงานอย่างเป็นอิสระ

คุณลักษณะทั่วไป

  • มุ่งผลลัพธ์
  • ลงมือทันที
  • ชอบงานท้าทาย
  • ตัดสินใจเร็ว
  • ชอบแข่งขัน
  • กล้าตรงไปตรงมา

จุดเด่นและคุณค่าต่อองค์กร

  • ไม่กลัวปัญหา ชอบความท้าทาย เป็นตัวของตัวเอง
  • ตรงไปตรงมา มีความมั่นใจ กล้าแสดงความคิดเห็น
  • มุ่งมั่นเป้าหมายและผลงาน เน้นประสิทธิภาพ ผลิตผล และความสำเร็จ
  • ตัดสินใจ กล้าลงมือทำ กล้าริเริ่มแนวคิดใหม่ๆ กล้าเปลี่ยนแปลง
  • มีวิสัยทัศน์ มองไปข้างหน้า มองภาพใหญ่
  • คล่องแคล่ว จัดการงานได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ผู้อื่นอาจมองเชิงลบ

  • มีแนวโน้มผลักดัน เคี่ยวเข็ญผู้อื่น มักหงุดหงิดผู้ที่ก้าวตามตัวเองไม่ทัน
  • คิดเร็ว ทำเร็วเกิน กล้าเสี่ยง ใจถึงมากเกิน อาจมองข้ามข้อมูลบางอย่าง
  • อาจละเลยกฎระเบียบที่กีดขวางการไปถึงเป้าหมายของตน ใช้อำนาจเกินตัว
  • ใช้คำพูดที่ห้วนหรือตรงเกิน หรือพูดเชิงออกคำสั่งซึ่งอาจกระทบความรู้สึกผู้อื่น
  • ใจร้อน โต้ตอบเร็ว ไม่ค่อยเปิดรับความคิดเห็นผู้อื่น โดยเฉพาะผู้ที่พูดอ้อมค้อม
  • เบื่อง่าย โกรธง่าย โดยเฉพาะเมื่อถูกขัดขวางการไปถึงเป้าหมาย

สิ่งที่สร้างแรงจูงใจ

  • โอกาสใหม่ๆ และความท้าทาย 
  • โอกาสในการก้าวหน้า 
  • โอกาสในการทำงานอย่างอิสระ 
  • การได้ควบคุมสถานการณ์ และสภาพแวดล้อมในการทำงานด้วยตนเอง 
  • มอบหมายความรับผิดชอบในการนำและสั่งการผู้อื่น 

สิ่งที่ลดทอนแรงจูงใจ

  • ถูกจำกัดความรับผิดชอบและก้าวก่ายอำนาจหน้าที่ 
  • ถูกบังคับให้ทำในสิ่งที่ตนไม่เห็นด้วย 
  • การถูกตรวจสอบ ถูกควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิด
  • ไม่ได้ตามเป้าหมาย ล้มเหลว ในสิ่งที่ตนทุ่มเทไป
  • ถูกคุกคาม เอารัดเอาเปรียบ รู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรม

 

Influence

สไตล์ I เป็นคนที่มีลักษณะกระตือรือร้น เต็มไปด้วยพลัง และสร้างสรรค์ สร้างสีสัน เข้ากับผู้คนได้หลากหลายประเภท มีความมั่นใจ แสดงออก มนุษยสัมพันธ์ดี สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงได้เร็ว มองโอกาสใหม่ๆ กล้าที่จะลองใช้แนวทางใหม่ๆ ไม่ยึดติดวิธีการเดิม สนับสนุน ส่งเสริมทีม สร้างบรรยากาศเป็นกันเอง มองโลกในแง่ดี สร้างแรงบันดาลใจ

คุณลักษณะทั่วไป

  • ช่างเจรจา
  • กระตือรือร้น 
  • ร่าเริง สนุกสนาน 
  • ไว้ใจผู้อื่น 
  • มองโลกในแง่ดี 
  • ชอบสังคม 
  • ชักจูง โน้มน้าว

จุดเด่นและคุณค่าต่อองค์กร

  • ไม่กลัวปัญหา ชอบความท้าทาย เป็นตัวของตัวเอง
  • ตรงไปตรงมา มีความมั่นใจ กล้าแสดงความคิดเห็น
  • มุ่งมั่นเป้าหมายและผลงาน เน้นประสิทธิภาพ ผลิตผล และความสำเร็จ
  • ตัดสินใจ กล้าลงมือทำ กล้าริเริ่มแนวคิดใหม่ๆ กล้าเปลี่ยนแปลง
  • มีวิสัยทัศน์ มองไปข้างหน้า มองภาพใหญ่
  • คล่องแคล่ว จัดการงานได้อย่างรวดเร็ว

จุดเด่นและคุณค่าต่อองค์กร

  • มั่นใจในตัวเอง กล้าแสดงออก แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย
  • สร้างสีสันสดใสให้ทีม/องค์กร สร้างบรรยากาศความเป็นกันเอง
  • มีทัศนคติเชิงบวก มองโลกในแง่ดี
  • กระตือรือร้น คล่องแคล่ว ว่องไว เจ้ากิจกรรม โน้มน้าว ชี้ชวนผู้คนได้ดี
  • สนับสนุน ช่วยเหลือ ให้กำลังใจและสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น
  • เครือข่ายกว้างขวาง ขอความร่วมมือช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ดี

สิ่งที่ผู้อื่นอาจมองเชิงลบ

  • ถูกเบี่ยงความสนใจง่าย หลงลืมเพราะว่าสนใจเรื่องต่างๆหลากหลาย
  • ไม่ชอบลงรายละเอียด อาจทำให้พลาดข้อมูลบางจุดที่สำคัญ
  • ไว้ใจผู้อื่นมากเกินไป โอนอ่อนตามคนหมู่มากได้ง่าย
  • อาจมั่นใจในตัวเองสูงเกิน ประเมินความสามารถของตัวเองและผู้อื่นไว้สูงเกิน
  • กิจกรรมสังคมมากเกิน
  • พูดอ้อมค้อม ยืดยาวจนอาจหลงประเด็น

สิ่งที่สร้างแรงจูงใจ

  • บรรยากาศที่เป็นกันเอง การได้พูดคุย ได้แสดงความคิดเห็นกับผู้อื่น 
  • โอกาสในการทำงานอย่างอิสระและได้ลงมือทำกิจกรรม
  • มีผู้เข้าใจและรับรู้ในความรู้สึก 
  • งานที่มีความสร้างสรรค์ แปลกใหม่ ชวนสนุก 
  • ความคิดเห็นของตัวเองได้รับการตอบรับหรือเป็นที่สนใจในกลุ่ม 
  • ได้รับคำเชิญให้ไปเข้าทำงานกลุ่ม หรือทำโครงงานพิเศษ

สิ่งที่ลดทอนแรงจูงใจ

  • ผู้ร่วมงานหรือหัวหน้าที่เคร่งเครียด ไม่ค่อยพูดหรือไม่ค่อยเป็นมิตร 
  • ถูกจำกัดโดยตารางเวลาที่ชัดเจน การอยู่ในกรอบกติกา สร้างความอึดอัด 
  • ได้ทำงานที่เป็นงานรูปแบบซ้ำๆ หรืองานที่ต้องลงรายละเอียดซับซ้อน น่าเบื่อ ไม่สนุก
  • ไม่เป็นที่ชื่นชอบ ถูกปฏิเสธจากกลุ่ม 
  • สิ่งที่บั่นทอนภาพลักษณ์ของตนเองต่อภายนอก

Steadiness

สไตล์ S เป็นคนที่มีลักษณะใจเย็น พากเพียรอุตสาหะ อดทน ให้ความร่วมมือช่วยเหลือ มุ่งสำเร็จพร้อมทีม เป็นผู้ร่วมทีมที่ดี ใส่ใจ รักษาสัมพันธภาพ ทำงานได้ดีกับผู้คนหลายรูปแบบ มีใจบริการ เต็มใจสนับสนุน อำนวยความสะดวก เป็นผู้ฟังที่ดี สื่อสารอย่างเป็นมิตร ยืดหยุ่น ปรับตามสถานการณ์และความเหมาะสม

คุณลักษณะทั่วไป

  • สุขุมรอบคอบ
  • สม่ำเสมอ
  • ผ่อนคลาย ใจเย็น
  • ชอบช่วยเหลือผู้อื่น
  • สร้างบรรยากาศที่ปรองดอง
  • อดทน
  • เป็นผู้ฟังที่ดี

จุดเด่นและคุณค่าต่อองค์กร

  • ให้ความร่วมมือกับองค์กรและผู้อื่น ทำตามกฎระเบียบ
  • ทำงานได้ดีกับผู้คนหลายรูปแบบ มีใจบริการ อำนวยความสะดวก
  • รับรู้ ใส่ใจความรู้สึกของคนในกลุ่ม รักษามิตรภาพ สัมพันธภาพในกลุ่ม
  • เป็นผู้ร่วมทีมที่ดี สนับสนุนให้ความช่วยเหลือ
  • ใจเย็น สุขุม อดทนอดกลั้น พากเพียรอุตสาหะ
  • มีลำดับขั้นตอนการทำงาน เป็นระบบระเบียบ

สิ่งที่ผู้อื่นอาจมองเชิงลบ

  • เก็บความรู้สึกไว้ข้างใน เก็บปัญหาไว้กับตัวเอง
  • อ่อนไหวต่อความรู้สึกง่าย ขี้เกรงใจ
  • อาจถูกมองว่าเรื่อยเฉื่อย ใช้เวลาในการปรับตัวสูง
  • มักโอนอ่อนไปกับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าหรือคนหมู่มากได้ง่าย
  • มีแนวโน้มยึดติดแนวทางเดิม วิธีการแบบเดิมๆ ไม่ค่อยชอบการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน อาจดื้อเงียบ ถ้าถูกกดดัน

สิ่งที่สร้างแรงจูงใจ

  • การได้ร่วมมือกับผู้อื่น อยู่ในสังคมที่มีความอบอุ่น จริงใจต่อกัน
  • ความมั่นคงในงาน
  • โอกาสร่วมงานกับทีมงานที่ดี ในบรรยากาศที่เป็นมิตร
  • ระบบการทำงานที่ได้รับการรับรองแล้วว่าปฏิบัติได้ผลดี ไม่มีปัญหา
  • กำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจน

สิ่งที่ลดทอนแรงจูงใจ

  • การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วและไม่คาดคิด
  • การแข่งขัน ความก้าวร้าวรุนแรง
  • ไม่ได้รับการสนับสนุนช่วยเหลือจากหัวหน้าและเพื่อนร่วมงาน
  • อยู่ในสถานการณ์ที่มีการเผชิญหน้า สถานการณ์ที่มีความขัดแย้ง
  • ความไม่จริงใจจากผู้ร่วมงานที่เกี่ยวข้อง

Conscientious

สไตล์ C เป็นคนที่มีลักษณะช่างสังเกต ตรวจสอบรอบคอบ มีวินัย รับผิดชอบ รักษากฎระเบียบ สามารถวิเคราะห์และประเมินอย่างมีตรรกะ วางแผนงาน จัดระบบ ลงรายละเอียด มุ่งมั่นคุณภาพ มีมาตรฐานสูง ใส่ใจเรียนรู้ เพิ่มพูนทักษะความเชี่ยวชาญ สามารถทำงานอย่างเป็นอิสระ

คุณลักษณะทั่วไป

  • มาตรฐานสูง
  • สนใจรายละเอียด
  • ช่างคิด วิเคราะห์
  • ทำงานเป็นขั้นเป็นตอน
  • มีวินัย
  • ถูกต้อง แม่นยำ
  • มีเหตุมีผล

จุดเด่นและคุณค่าต่อองค์กร

  • มุ่งมั่นเป้าหมายและผลงาน มุ่งมั่นด้านคุณภาพ มีมาตรฐานสูง
  • ประเมินและวิเคราะห์ ตรวจสอบข้อมูล เน้นความถูกต้องแม่นยำ ละเอียดถี่ถ้วน
  • เน้นเหตุผล ตรรกะ คิดอย่างเป็นระบบ แบบแผน
  • ทำตามกฎระเบียบ
  • มีการเตรียมตัวและเตรียมการล่วงหน้า
  • ช่างสังเกต รู้สึกไวต่อสิ่งแวดล้อมรอบตัว เก็บรายละเอียดได้มาก

สิ่งที่ผู้อื่นอาจมองเชิงลบ

  • เก็บงำความคิดเห็นและความรู้สึก ระแวง ไม่ค่อยไว้ใจวางใจผู้อื่น
  • รู้สึกกระทบใจได้ง่าย ถ้าได้รับคำตำหนิวิพากษ์วิจารณ์งานที่ตนทำอยู่
  • ช่างสงสัย ตั้งข้อสังเกต ซักถามจนผู้อื่นอาจรู้สึกเหมือนถูกจับผิดอยู่
  • ยึดติดกับขั้นตอนและวิธีการ มักถูกมองว่าเคร่งเครียด ไม่ผ่อนปรน
  • ค่อนข้างเก็บตัว ชอบทำงานลำพัง มีแนวโน้มตำหนิ หรือลงโทษตัวเอง
  • ลังเลที่จะลงมือปฏิบัติ ไม่ชอบรับความเสี่ยง

สิ่งที่สร้างแรงจูงใจ

  • การได้ทำสิ่งถูกต้อง ได้คุณภาพสูง
  • การที่ได้คิด วิเคราะห์ในเชิงลึก
  • ระบบ ระเบียบ แบบแผน
  • ข้อมูลหรือแนวทางที่จะช่วยให้ทำผลงานที่ดียิ่งขึ้นไป
  • โอกาสที่จะได้แสดงความรอบรู้

สิ่งที่ลดทอนแรงจูงใจ

  • การเปลี่ยนแปลงฉับพลัน คาดการณ์ไม่ได้ ความคลุมเครือไม่ชัดเจน
  • การที่ต้องตัดสินใจอย่างเร่งรีบฉุกละหุก
  • ให้ดูแลงานที่เกี่ยวกับสังคมและผู้คน ให้ทำในสิ่งที่ตนไม่ถนัดไม่คุ้นเคย
  • การถูกวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิติเตียน โดยเฉพาะในเรื่องที่รับผิดชอบอยู่
  • ไม่เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้